วัดฉือเฟิ่ง ในรัชสมัยหย่งลี่แห่งราชวงศ์หมิง มีนักบวชท่านหนึ่งที่บูชาเจ้าแม่มาจู่ ได้เดินทางข้ามทะเลจากฝูเจี้ยนมายังอาโข่ว (ปัจจุบันคือเมืองผิงตง) ในตอนแรก ท่านได้อัญเชิญรูปเคารพเจ้าแม่มาจู่ไปประดิษฐานชั่วคราวที่ ในรัชสมัยหย่งลี่แห่งราชวงศ์หมิง มีนักบวชท่านหนึ่งที่บูชาเจ้าแม่มาจู่ ได้เดินทางข้ามทะเลจากฝูเจี้ยนมายังอาโข่ว (ปัจจุบันคือเมืองผิงตง) ในตอนแรก ท่านได้อัญเชิญรูปเคารพเจ้าแม่มาจู่ไปประดิษฐานชั่วคราวที่ศาลากลาง และบูชาด้วยความศรัทธา แต่สิ่งที่น่าสงสัยคือ ทุกคืนเวลาเที่ยงคืน จะมีแสงสีแดงส่องประกายออกมา ในตอนแรก ผู้คนไม่เข้าใจความหมายของแสงสีแดงนี้ แต่หลังจากผ่านไปสักระยะ ก็ได้ตระหนักว่านี่คือปรากฏการณ์ที่เจ้าแม่มาจู่มาแสดงอิทธิฤทธิ์ จึงได้ร่วมกันปรึกษาหารือเพื่อสร้างวัดเพื่อประดิษฐาน นี่คือสาเหตุที่มาของการสร้างวัดฉือเฟิ่งในปี ค.ศ. 1737 (ปีที่ 2 แห่งรัชสมัยเฉียนหลง) และเป็นเรื่องราวปาฏิหาริย์ที่เล่าขานกันมานานในหมู่ผู้ศรัทธา ตลอดระยะเวลากว่า 200 ปีของการก่อตั้งวัดฉือเฟิ่ง เคยเกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งร้ายแรงที่สุดในปี ค.ศ. 1983 เนื่องจากไฟฟ้าลัดวงจร ทำให้ส่วนหน้าและส่วนหลังของวัดเกือบถูกเผาไหม้ทั้งหมด แต่สิ่งที่ทำให้ผู้ศรัทธารู้สึกสบายใจและประหลาดใจคือ เทพเจ้าที่ประดิษฐานอยู่ภายในวัดกลับไม่ได้รับอันตรายใดๆ หลังจากประสบภัยพิบัติจากไฟไหม้ครั้งนี้ ได้เริ่มการบูรณะครั้งใหญ่ซึ่งใช้เวลาถึง 15 ปี จึงทำให้วัดฉือเฟิ่งมีรูปลักษณ์ดังเช่นปัจจุบัน บนหลังคาที่แขวนป้าย "วัดฉือเฟิ่ง" สามารถมองเห็นศิลปะการตกแต่งแบบตัดปูนปั้นอันวิจิตรงดงามได้อย่างชัดเจน มีรูปปั้นตัวละครจากเครื่องปั้นดินเผาเจียวจื่อที่ดูมีชีวิตชีวา และสัตว์มังกรต่างๆ ที่มีสีสันสดใส เพดานด้านบนของวิหารหลักประกอบด้วยชุดคานและเสาที่ซ้อนกันเป็นชั้นๆ ทาสีทอง ไม่เพียงแต่จะดูงดงามระยิบระยับ แต่ยังดูสง่างามอย่างยิ่ง และภายในวัดยังมีโบราณวัตถุที่มีอายุมากกว่าร้อยปีอยู่ไม่น้อย เช่น
ที่อยู่: 屏東縣屏東市中山路39號
เวลาทำการ: 00:00–23:59
ผิงตง